ผลจากการใช้ยาปฏิชีวนะต่อการเลี้ยงกุ้ง

หมวดหมู่: บทความ
 

ผลจากการใช้ยาปฏิชีวนะต่อการเลี้ยงกุ้ง

 

 

การเลี้ยงกุ้งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่สำคัญของประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งมุ่งเน้นการผลิตที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพสูง อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่มักพบในระบบการเลี้ยงกุ้งคือการระบาดของโรคต่างๆ เช่น โรค EMS (Early Mortality Syndrome) หรือโรคจากเชื้อแบคทีเรียชนิดต่างๆ ซึ่งทำให้เกษตรกรบางส่วนเลือกใช้ยาปฏิชีวนะ (antibiotics) เพื่อควบคุมหรือป้องกันโรค แต่การใช้ยาปฏิชีวนะในระบบการเลี้ยงกุ้งส่งผลกระทบหลายด้าน ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ดังนี้

 

1. ผลดีจากการใช้ยาปฏิชีวนะ

1.1 ควบคุมโรคเฉียบพลัน: ในกรณีที่เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียเฉียบพลัน ยาปฏิชีวนะสามารถช่วยลดอัตราการตายของกุ้งได้อย่างรวดเร็ว และช่วยให้ฟาร์มยังคงดำเนินการผลิตได้ต่อเนื่อง

1.2ลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อ: การใช้ยาที่เหมาะสมในช่วงต้นของการระบาดอาจช่วยจำกัดการแพร่กระจายของโรคในระบบฟาร์มหรือสู่ฟาร์มข้างเคียง

 

2. ผลกระทบทางลบจากการใช้ยาปฏิชีวนะ

2.1 การดื้อยาของเชื้อโรค (Antibiotic resistance): การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสมหรือบ่อยครั้ง ทำให้เชื้อโรคพัฒนาความสามารถในการดื้อยา ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ทั้งในระดับฟาร์มและระดับโลก

2.2 ตกค้างในเนื้อกุ้ง: การใช้ยาโดยไม่มีการควบคุมหรือไม่เว้นระยะหยุดยา (withdrawal period) อาจทำให้มียาตกค้างในเนื้อกุ้ง ส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและการส่งออก

2.3 ทำลายจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์: ยาปฏิชีวนะไม่ได้เลือกทำลายเฉพาะเชื้อโรคเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อจุลินทรีย์ที่ดีในระบบนิเวศของบ่อ ทำให้เสียสมดุล และอาจกระตุ้นให้เกิดโรคมากขึ้นในระยะยาว

2.4 กระทบสิ่งแวดล้อม: ยาปฏิชีวนะที่ถูกปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมอาจปนเปื้อนในน้ำและตะกอน ทำลายระบบนิเวศและส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ

 
 
 
 
 

3. แนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสม

3.1 ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์น้ำเท่านั้น

3.2 หลีกเลี่ยงการใช้เพื่อ “ป้องกัน” หากยังไม่มีการระบาดของโรค

3.3 ใช้เฉพาะเมื่อมีการตรวจวินิจฉัยยืนยันว่าเชื้อก่อโรคตอบสนองต่อยานั้น

3.4 ควบคุมระยะเวลาการใช้ และเว้นช่วงหยุดยาอย่างเหมาะสมก่อนจับกุ้งส่งตลาด

3.5 ส่งเสริมการใช้วิธีทางเลือก เช่น พรีไบโอติก โพรไบโอติก สมุนไพร หรือการจัดการบ่อที่ดีเพื่อลดการพึ่งพายา

 

สรุป

แม้ว่ายาปฏิชีวนะจะมีบทบาทในการรักษาโรคในกุ้ง แต่การใช้อย่างไม่ระมัดระวังย่อมนำมาซึ่งผลกระทบที่ร้ายแรงทั้งต่ออุตสาหกรรม ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการใช้แนวทางป้องกันที่ยั่งยืน และหลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการพัฒนาอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งให้ปลอดภัยและยั่งยืนในระยะยาว

การใช้ยาปฏิชีวนะในระบบการเลี้ยงกุ้งมีทั้งข้อดีและข้อเสียอย่างที่กล่าวมาแล้ว แต่สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือ ผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อมต่อ "ตับอ่อน" ของกุ้ง (hepatopancreas) ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่หลักในการย่อยอาหาร สะสมสารอาหาร และสร้างเอนไซม์ย่อยอาหาร รวมถึงมีบทบาทสำคัญในระบบภูมิคุ้มกัน
 

ผลเสียของยาปฏิชีวนะต่อตับอ่อนของกุ้ง

1. ทำลายจุลินทรีย์ประจำถิ่นในตับอ่อน

ตับอ่อนของกุ้งมีจุลินทรีย์ที่ช่วยในการย่อยอาหารและป้องกันเชื้อโรค หากใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น จะไปทำลายจุลินทรีย์เหล่านี้ ส่งผลให้กุ้งมีปัญหาในการย่อยอาหาร ระบบทางเดินอาหารผิดปกติ และมีแนวโน้มเกิดภาวะ "ตับอ่อนอักเสบ" หรือเนื้อตับอ่อนเสื่อม

2. เพิ่มความไวต่อการติดเชื้อ EHP และโรคตับอ่อนเรื้อรัง

การรบกวนสมดุลจุลินทรีย์และสภาวะภูมิคุ้มกันในตับอ่อนจากยาปฏิชีวนะ อาจส่งผลให้กุ้งติดเชื้อ Enterocytozoon hepatopenaei (EHP) ได้ง่ายขึ้น โดยเชื้อนี้เป็นโปรโตซัวที่เจาะจงโจมตีตับอ่อน ทำให้กุ้งโตช้า และลดคุณภาพการผลิต 

3. เร่งการเสื่อมของเซลล์ตับอ่อน

งานวิจัยบางฉบับพบว่า การสัมผัสกับยาปฏิชีวนะบางชนิดในระยะยาวอาจก่อให้เกิดภาวะเครียดออกซิเดชัน (oxidative stress) ซึ่งทำให้เซลล์ในตับอ่อนของกุ้งเกิดความเสียหาย เสื่อมสภาพ หรือทำลายเซลล์โดยตรง นำไปสู่การลดความสามารถในการย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร

4. กระทบต่อกระบวนการฟื้นตัวของตับอ่อน

ในระบบการเลี้ยงที่เกิดโรคหรือความเครียด กุ้งอาจต้องพึ่งพาการฟื้นฟูเนื้อเยื่อตับอ่อนเพื่อให้กลับมาทำงานได้ตามปกติ แต่การใช้ยาปฏิชีวนะต่อเนื่องสามารถรบกวนกระบวนการซ่อมแซมของเนื้อเยื่อตับอ่อน ทำให้การฟื้นตัวช้าหรือไม่สมบูรณ์

 

 

ข้อเสนอแนะสำหรับการดูแลตับอ่อนของกุ้ง

  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะในช่วงต้นของการเลี้ยง

  • ใช้จุลินทรีย์โปรไบโอติกหรือสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ

  • ตรวจสอบสุขภาพตับอ่อนอย่างสม่ำเสมอ เช่น การส่องกล้องหรือส่งตัวอย่างตรวจจุลพยาธิ

  • จัดการคุณภาพน้ำและอาหารให้เหมาะสม เพื่อสนับสนุนสุขภาพตับอ่อน

 

สรุปเพิ่มเติม:
การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่ระวัง ไม่เพียงแต่สร้างปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมหรือความปลอดภัยของอาหาร แต่ยังอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อตับอ่อนของกุ้ง ซึ่งเป็นจุดเปราะบางในการเจริญเติบโตและความอยู่รอดของกุ้งในระบบการเพาะเลี้ยง ดังนั้นเกษตรกรควรใช้ยาอย่างมีเหตุผล และให้ความสำคัญกับสุขภาพตับอ่อนควบคู่กับการจัดการฟาร์มอย่างยั่งยืน

 

 

 

ที่มา :

  • Cabello FC, Godfrey HP, Tomova A, Ivanova L, D€olz H, Millanao A et al. (2013) Antimicrobial use in aquaculture re-examined: Its relevance to antimicrobial resistance and to animal and human health. Environmental Microbiology 15:1917–1942.

  • Chereau F, Opatowski L, Tourdjman M, Vong S (2017) Risk assessment for antibiotic resistance in South East Asia. BMJ 358: j

  • IOP Conference Series: Earth and Environmental Science, Volume 1036, The 4th International Conference on Fisheries and Marine Sciences (INCOFIMS 2021) 29/09/2021 - 29/09/2021 Online.

  • คู่มือการใช้ยาต้านจุลชีพและสารเคมีอย่างสมเหตุสมผลในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ, กองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

 


  

 

แปลและเรียบเรียงโดย : วิภาวี ทองเปี่ยม
ฝ่ายวิชาการและการตลาด 
 
 

19 มิถุนายน 2568

ผู้ชม 771 ครั้ง

Engine by shopup.com